วันพุธที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2557

เพาะกายให้ล่ำ คุณก็ทำได้: เทคนิค...การจัดตารางเล่นเวทและเพาะกายสร้างกล้าม

เพาะกายให้ล่ำ คุณก็ทำได้: เทคนิค...การจัดตารางเล่นเวทและเพาะกายสร้างกล้าม: จากที่ได้อ่านบทความมามากมายหลายบทความ รวมทั้งจากประสบการณ์ตรงของตัวเองจึงจะขอรวบรวมหลักและวิธีการจัดตารางการเพาะกายให้เหมาะสมกับคเผยแพร่บทความนทั่วๆไปด...

วันพุธที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2557

10 สิ่งที่คนสุขภาพดีเขาทำกัน

10 สิ่งที่คนสุขภาพดีเขาทำกัน

10 สิ่งที่คนสุขภาพดีเขาทำกัน ด้วยความปราถนาดีจาก Unlockmen
1. เลิกบุหรี่


2. หลีกเลี่ยงการกินของมัน กินผัก ผลไม้ และ ธัญพืชให้มากขึ้น

3. ออกกำลังกายแบบ cardio อย่างน้อย 30 นาที 3 วัน ต่อสัปดาห์ แต่อย่าออกให้หนักเกินจนพูดไม่รู้เรื่อง หายใจไม่ทันนะ


4. หลีกเลี่ยงการออกไปตากแดดในช่วงแดดแรง 10 โมง ถึง 4 โมงเย็น เดี๋ยวผิวจะดูแห้งกร้าน มีริ้วรอย แก่เร็วด้วยถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ทาครีมกันแดดซะ


5. นอนหลับให้เพียงพอ น่าจะประมาณ 8-9 ชั่วโมงต่อวัน


6. พบแพทย์เพื่อตรวจเช็คร่างกายอยู่เป็นประจำ

7. ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ เกิน 21 หน่วย หรือ 210 ml ต่อสัปดาห์

8. อย่าเครียดให้มาก หาเวลาผ่อนคลายบ้าง หัวเราะบ้าง

9. กินน้ำเปล่าให้มากๆ อย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน

10. ลดความอ้วนซะ ถ้าอ้วนเกินนอกจากจะไม่มีเสน่ห์ แล้วยังเสี่ยงทำให้สมรรถภาพทางเพศลดลงด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ทำไมต้องหายใจเข้า-ออกให้ถูกต้อง

 BY  · 29/09/2014
             สวัสดีครับ เรื่องการหายใจในขณะที่กำลังเล่นกล้ามในท่าบริหารต่างๆ คุณเคยสงสัยใหมว่าทำไมต้องหายใจเข้า หายใจออกเวลาออกแรงหรือผ่อนแรงให้ถูกต้องในท่าบริหารนั้นๆ คุณเคยได้ยินคนพูดมั๊ยครับว่าการยกน้ำหนักอาจเป็นอันตรายกับหัวใจ หรือ ถ้าทำไม่ถูกวิธีอาจจะเป็นลมหน้ามืดไปได้ สาเหตุหนึ่งมาจากการหายใจเข้าออกที่ไม่ถูกต้องขณะบริหารท่าฝึกนั้นๆ ดังนั้นผมจึงขอแชร์บทความการหายใจสำคัญอย่างไรจากพันทิบมาให้ผู้อ่านได้รับรู้กันนะครับ

สำหรับคนที่กำลังจะเล่นกล้าม หรือ เพาะกาย

ในขณะที่ออกแรงยกน้ำหนักหรือ push เส้นเลือดในกล้ามเนื้อมัดนั้นๆจะมีแรงต้านทานมากขึ้น แม้เกิดในไม่กี่มัดกล้าม แต่แรงต้านทานรวมของหลอดเลือดจะสูงขึ้น ทำให้หัวใจเราสูบฉีดเลือดออกไปได้ยากลำบากขึ้นในแต่ละสโตรกของการบีบตัว จะอัดเลือดออกไปได้ในปริมาณน้อยลงหัวใจอาจต้องเต้นเร็วขึ้นเพื่อชดเชยเลือดออกไปให้เพียงพอเราอาจรู้สึกว่าใจเต้นเร็ว เวลาเวทถึงแม้ว่าจะไม่ได้วิ่งแต่ใจก็เต้นเร็วขึ้นได้
เพื่อเป็นการสนับสนุนให้หัวใจซ้ายทำงานได้ง่ายขึ้นและเลือดออกไปเลี้ยงร่างกายได้เพียงพอ สามารถใช้หลักกลศาสตร์ง่ายๆโดยการหายใจออกเป็นที่มาว่าทำไม จึงแนะนำให้หายใจออก ขณะที่เรา push นะครับ

เพราะอะไรหายใจออกเลือดถึงไหลกลับหัวใจซ้ายได้มากขึ้น?

เวลาเราหายใจออก ความดันในช่องอกสูงขึ้นเพื่อไล่ลมออกจากปอดประมาณนั้น ความดันที่สูงขึ้นนี่แหละจะทำให้เลือดที่ฟอกเสร็จแล้วในปอดเทกลับเข้าหัวใจซ้ายได้มากขึ้น ซึ่งตรงข้ามกับหัวใจฝั่งขวาเพราะเส้นเลือดดำที่จะเทกลับเข้าหัวใจขวานั้นเจ้ากรรมดันไปอยู่นอกช่องอก เมื่อความดันในช่องอกมากขึ้นเลือดจะกลับเข้าหัวใจขวาได้น้อยลง
ดูเหมือนจะดีนะครับ การหายใจออกขณะ push แต่ถ้าเราหายใจออกค้างนานเกินไป มันจะเสมือนว่าเรากำลัง strain ผมเอารูปกราฟ อย่างง่ายๆให้ดูนะครับ แกนนอนคือเวลา แกนตั้งก็คือความดัน(กราฟที่เอามา วัด pulse pressure ไม่ใช่ systolic pressure) อันนี้ในคนปกติแข็งแรงดีที่หายใจออกแล้วค้างไว้ แต่กราฟนี้คนที่ทำไม่ได้ยกเวท หรือมีแรงต้านในหลอดเลือดร่วมด้วย
เลือดที่เข้าหัวใจขวาได้น้อยลงที่กล่าวข้างต้นนั้นเมื่อเราหายใจออกและยกเวทค้างไว้จะส่งผลทำให้เลือดที่จะกลับเข้าไปฝั่งซ้ายน้อยลงผลที่ตามมาก็คือ เลือดก็จะออกจากหัวใจได้น้อยประกอบกับแรงต้านหลอดเลือดที่สูงจากการยกเวท ยิ่งทำให้เลือดออกไปได้น้อยลง ความดันจะลดลงได้ โดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 5 – 10 วินาที จึงจะเกิดสิ่งเหล่านี้ดังนั้นโดยทั่วไปเราไม่แนะนำให้ยกค้างเกิน 5 – 10 วินาที เมื่อความดันตกเราอาจจะหน้ามืดหมดสติได้ในช่วงนี้แต่ในคนที่แข็งแรงก็ไม่ถึงกับหมดสตินะครับแต่ต้องแลกกับหัวใจที่เต้นเร็วขึ้น เราอาจจะรู้สึกใจสั่นได้(เป็นระบบชดเชยของร่างกายแบบนึง)
ถึงตอนสำคัญ เมื่อเรา release weight ออกเส้นเลือดในช่องอกมีการคลายตัวออกอย่างรวดเร็ว ทำให้เลือดออกจากหัวใจน้อยลงได้ประมาณ 3 วินาทีแรก ความดันอาจจะตกไปชั่วขณะ ไม่แนะนำให้ลุกพรวด ขึ้นมาเดินทันที นั่งพักซักแป๊บนึงเคยมั๊ยครับ ยกเวทครบเซ็ท แล้วลุกเดินทันทีอาจจะรู้สึก ใจเต้นเร็ว หน้ามืดได้ ประมาณนั้นครับ หลังจากนั้น ร่างกายเราจะมี reflex ชนิดนึง ชดเชยความดันทีตกลงอาจทำให้เกิดการพุ่งสูงขึ้นของความดันมากๆได้โดยเฉพาะคนที่เป็นความดันโลหิตสูง ผมเคยได้ยินเทรนเนอร์บางคนแนะนำว่าบางท่าควรหายใจเข้าขณะ push ไม่แน่ใจว่ามีเหตุผลในแง่อื่นอย่างไรแต่กับหัวใจและหลอดเลือดผมนั่งยัน นอนยัน ไม่ว่าตีลังกาเล่นหรือไปเล่นบนดวงจันทร์ ก็ควรหายใจออกขณะออกแรงยกน้ำหนักครับจะปลอดภัยกับหัวใจและหลอดเลือดมากกว่า
สุดท้าย ถ้ามีอาการหน้ามืด ใจสั่น ตอนเล่นกล้ามหรือหลังเล่นเวทไม่ต้องตกใจนะครับ ให้นอนราบ ยกขาสูง หายใจปกติ อาการจะค่อยๆดีขึ้นเองครับ
ข้อมูลดีๆจาก pantip.com ขอบคุณครับ
เครดิต http://stronglife.in.th/how_to_breathe

รีวิวลดน้ำหนักจาก 56 กิโลเหลือ 47 กิโลด้วยการควบคุมอาหาร + ออกกำลังกาย

http://pantip.com/topic/31647583

วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

6 ของกินใกล้ตัว แก้หิวชะงัด ลดพุงชัดเจน

6 ของกินใกล้ตัว แก้หิวชะงัด ลดพุงชัดเจน


       By Lady Manager
      
       “ปัจจัยที่ทำให้ผู้คนยุคนี้พุงปลิ้น ก็คือ กินแป้ง นอนดึก นั่งนาน”
      
       นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ บอกกับเรา พร้อมแนะนำของกินกรุบกริบที่กินแล้วไม่อ้วน แถมหาง่าย ใกล้ตัว และราคาก็ไม่แพงเลย
      
       เรียกว่า อยู่ท้อง ไร้พุง สบายกระเป๋า
      
       1) เม็ดแมงลัก
6 ของกินใกล้ตัว แก้หิวชะงัด ลดพุงชัดเจน
       “อาหารลดพุงแสนคลาสสิก แต่ประโยชน์ล้น เพราะมีพระเอกสำคัญคือ วิตามินเอที่สูงปรี๊ดกับ เส้นใยละลายน้ำ (Soluble fiber) ที่ดูเป็นวุ้นใส เมื่อแช่น้ำนั่นละครับ ช่วยพองในท้องให้อิ่มแต่ไม่อ้วน”
      
       
คุณหมอกฤษดาให้เทคนิคกินง่ายคือ แช่น้ำให้พองเต็มที่ก่อน อย่าใจร้อน แล้วค่อยปรุงรับประทาน
      
       
2) ถั่วลิสง
6 ของกินใกล้ตัว แก้หิวชะงัด ลดพุงชัดเจน
       ของกินช่วยลดหิวได้ ใช้แทนของว่างที่แสนอ้วนอย่างมันฝรั่งทอด
      
       
“การรับประทานถั่วลิสงคั่วแบบไม่ปรุงรสจะให้ความรู้สึกอิ่มท้องจาก ใยอาหารถั่ว ที่มีอยู่อย่างอุดม แม้ถั่วจะมีพลังงานสูง แต่ด้วยใยอาหารของมันกับโปรตีนนี่เองครับที่ช่วยให้รู้สึกไม่หิวจนเกินไป”
      
       
3) แอปเปิ้ลเขียว
6 ของกินใกล้ตัว แก้หิวชะงัด ลดพุงชัดเจน
       เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วย เพคติน ช่วยให้อิ่ม หยิบทานง่าย และเก็บไว้ได้นาน
      
       
“เก็บไว้ทานในตู้เย็นที่ออฟฟิศก็ได้ ใช้เป็นมาตรวัดความหิวแบบง่ายๆ คือ ถ้านึกหิวขึ้นมาให้ถามตัวเองว่าหิวขนาดกินแอปเปิ้ลได้สักลูกไหม ถ้าใช่ก็อย่ารีรอเลยครับ---รีบหยิบมากัดกระแทกท้องทันที”
      
       
4) มะนาว
6 ของกินใกล้ตัว แก้หิวชะงัด ลดพุงชัดเจน
       “หามะนาวติดบ้านหรือออฟฟิศไว้ ไม่มีเวลาจริงๆ ก็บีบเข้าปากเลยก็ยังได้ น้ำมะนาวที่ขมนิดๆ จะช่วยให้รู้สึกหายหิวได้นานนับชั่วโมงหลังจากกิน เพราะสารพิเศษจากเปลือก” คุณหมอกฤษดา กล่าวแนะต่อว่า
      
       
“บางครั้งลองหาโอกาสกิน ‘เมี่ยงคำใส่ชิ้นมะนาว’ แทน ‘เลม่อนพาย’ ดูก็ดีนะครับ”
      
       
5) ทูน่า
6 ของกินใกล้ตัว แก้หิวชะงัด ลดพุงชัดเจน
       ติดทูน่ากระป๋องไว้ในทุกที่ จะใส่ในกระเป๋าถือหรือเป้ทำงานก็ได้ เก็บง่าย อยู่ได้ทนดี
      
       
เพราะคุณหมอกฤษดาบอกว่า ทูน่าช่วยให้อิ่มจากโปรตีนเน้นๆ
      
       
“เปี่ยมไปด้วยคุณค่าจากไขมันต้านชราอย่าง โอเมก้า 3 ที่มีอยู่ในปลากระป๋องเช่นกัน”
      
       
6) ไข่ต้ม 
6 ของกินใกล้ตัว แก้หิวชะงัด ลดพุงชัดเจน
       “อาหารลดอ้วนที่ได้ผลชะงัด” คุณหมอกฤษดา ฟันเฟิร์ม
      
       
“การรับประทานไข่มีส่วนช่วยลดไขมันได้จากงานวิจัยใหม่ๆ ส่วนไข่ขาวก็เป็นโปรตีนล้วน ที่ช่วยให้ไม่โทรมเวลาลดน้ำหนัก เพราะมันสร้างกล้ามเนื้อที่เผาผลาญไขมันโดยธรรมชาติ”
http://www.manager.co.th/CelebOnline/ViewNews.aspx?NewsID=9570000021867

วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ประสบการณ์ลดน้ำหนักจากเด็กอ้วนดำ จากบ้านไปเรียนมหาวิทยาลัยแล้วผอมลง พอกลับบ้านแล้วแม่จำไม่ได้

ประสบการณ์ลดน้ำหนักจากเด็กอ้วนดำ จากบ้านไปเรียนมหาวิทยาลัยแล้วผอมลง พอกลับบ้านแล้วแม่จำไม่ได้

http://pantip.com/topic/32837333

รีวิวการเปลี่ยนแปลงตัวเอง + เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ !

http://pantip.com/topic/31563031

เกิดเป็นผู้หญิงอย่าหยุดสวย จากยัยอัปลักษณ์คนนึง

http://pantip.com/topic/32843269

วันพุธที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2557

Wow!! ท่าออกกำลังกายสำหรับผู้หญิงง่ายๆเพียง 3 นาที แต่ได้ประสิทธิภาพเท่ากับออกกำลังกายแบบครึ่งชั่วโมง

http://www.smartsme.tv/breaking_detail.php?id=9144

Wow!! ท่าออกกำลังกายสำหรับผู้หญิงง่ายๆเพียง 3 นาที แต่ได้ประสิทธิภาพเท่ากับออกกำลังกายแบบครึ่งชั่วโมง

วันเสาร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2557

วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2557

อาหารกินแก้หิวในช่วงควบคุมน้ำหนัก” กินแล้วไม่อ้วน เหมาะสำหรับเพื่อนๆที่กำลังลดความอ้วน!!

สำหรับเพื่อนๆที่กำลังอยู่ในช่วงควบคุมอาหาร อาจจะประสบกับปัญหาหิวเวลาบ่าย หรือเวลากลางคืนได้ บทความนี้ผมจึงมี อาหารกินแก้หิวช่วงคุมน้ำหนัก มาฝากเพื่อนๆกันครับ

116143

นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ แนะนำอาหารที่ทานแล้วไม่อ้วน หาทานง่าย ราคาประหยัด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ดังนี้ครับ

1. เม็ดแมงลัก มีวิตามินเอสูง มีเส้นใยละลายน้ำ เมื่อแช่น้ำ เม็ดแมงลักจะพองตัวช่วยให้อิ่มแต่ไม่อ้วน
2. ถั่วลิสง ควรทานถั่วลิสงคั่วแบบไม่ปรุงรสจะได้ใยอาหารจากถั่ว แม้ถั่วจะมีพลังงานสูง แต่ด้วยใยอาหารของถั่วกับโปรตีน จะช่วยให้รู้สึกไม่หิวจนเกินไป
3. แอปเปิ้ลเขียว อุดมไปด้วย เพคติน ช่วยให้อิ่มท้อง
4. มะนาว น้ำมะนาวที่ขมนิดๆ จะช่วยให้รู้สึกหายหิวได้นานนับ ชั่วโมงหลังจากกิน เพราะสารพิเศษจากเปลือกมะนาว
5. ทูน่า ช่วยให้อิ่มจากโปรตีนของปลา และมีคุณค่าจากไขมันต้านชรา อาทิ โอเมก้า 3
6. ไข่ต้ม มีส่วนช่วยลดไขมันได้ ส่วนไข่ขาวก็เป็นโปรตีนล้วน ที่ช่วยให้ไม่โทรมเวลาลดน้ำหนัก เพราะจะไปสร้างกล้ามเนื้อที่เผาผลาญไขมันโดยธรรมชาติ”

วันอังคารที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2557

หุ่นดีมีซิกแพ็คสร้างได้ด้วยอาหาร

หุ่นดีมีซิกแพ็คสร้างได้ด้วยอาหาร

April 23, 2014
หุ่นดีมีซิกแพ็คสร้างได้ด้วยอาหาร

อาหารใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้ามเพื่อช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ
1. แอปเปิ้ล
นอกจากจะเป็นผลไม้ที่เหมาะกับคนที่ลดหรือควบคุมน้ำหนักแล้ว หากทานเป็นประจำจะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการทำงานของกล้ามเนื้อ เพราะในแอปเปิ้ลมีสารที่ชื่อเควอซิทิน ซึ่งช่วยต้านอนุมูลอิสระและลดการอักเสบของกล้ามเนื้อในคนที่ออกกำลังกายหนัก ๆ นอกจากนี้ในแอปเปิ้ลยังมีไฟเบอร์ซึ่งจะช่วยดูดซับไขมันได้อีกด้วย

2. ไข่
เป็นผู้ช่วยตัวฉกาจสำหรับนักเล่นกล้าม และนักยกน้ำหนักเลยค่ะ เพราะไข่เป็นแหล่งโปรตีนสำคัญต่อร่างกาย โดยเฉพาะไข่ขาว ที่ให้โปรตีนคุณภาพสูง ปราศจากไขมัน และคลอเลสเตอรอล ช่วยในการเสริมสร้างและเพิ่มมวลกล้ามเนื้อซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอ จากการออกกำลังกายเหมาะสำหรับนักกีฬาที่ต้องออกกำลังกาย พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิตทั่วร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายสามารถต้านเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมได้ดียิ่งขึ้น มีส่วนสำคัญในการเพิ่มความแข็งแรงให้กับกระดูก ให้ทนทานต่อแรงเครียดจากการออกกำลังกาย ทำให้ออกกำลังกายได้นาน

3. กาแฟ
คาเฟอีนในกาแฟนั้นมีส่วนช่วยในการเพิ่มพลังกล้ามเนื้อและความคงทน ช่วยเผาผลาญไขมันได้มากขึ้นกว่าเดิม และยังช่วยลดอาการอ่อนล้า ทำให้สามารถออกกำลังกายได้หนักและนานขึ้น

4. กล้วย
เป็นผลไม้ที่ให้พลังงาน โดยเฉพาะกล้วยหอมเป็นอีกหนึ่งผลไม้ไทย ที่มีผลงานวิจัยแล้วว่า เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและสารอาหารต่างๆ มากมาย ที่ร่างกายควรได้รับและให้พลังงานมากถึง 100 กิโลแคลอรี่ต่อหน่วยเลยทีเดียว การรับประทานกล้วย จึงช่วยทำให้กล้ามเนื้อมีแรง ฟื้นตัวไว เหมาะที่จะทานก่อนหรือหลังการออกกำลังกายเป็นที่สุด

5. โยเกิร์ต
จัดเป็นอาหารที่หนุ่มๆ นักเล่นกล้ามขอกดไลค์กันเลยทีเดียว เพราะในโยเกิร์ตมีธาตุสังกะสีอยู่เยอะ ซึ่งช่วยให้กล้ามเนื้อทำงานได้ดี และยังช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อที่สึกหรอจากการออกกำลังกาย พร้อมทั้งยังช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีอีกด้วย

6. ปลาแซลมอน
เพราะในเนื้อปลาหรือน้ำมันปลาแซลมอนนี้มีสารโอเมก้า 3 ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดอาการอักเสบของกล้ามเนื้อ และยังช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันในร่างกายอีกด้วย ดังนั้น คุณจึงควรเลือกทานปลาทะเลน้ำลึกอย่างพวกปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาซาร์ดีน ฯลฯ เพราะให้ทั้งโปรตีนและกรดไขมันคุณภาพสูงที่ดีต่อร่างกาย

7. ถั่วชนิดต่างๆ 
เป็นธัญพืชที่ให้โปรตีนสูง แถมยังไม่มีไขมันอิ่มตัวเมื่อเทียบกับเนื้อแดง นอกจากนี้ยังมีไฟเบอร์ ช่วยในการขับถ่าย และช่วยในการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ

8. ข้าวโอ๊ต
เป็นอาหารธัญพืชที่ช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายและยังไม่ทำให้อ้วนอีกด้วย เพราะในข้าวโอ๊ตนั้นมีไฟเบอร์สูง ซึ่งจะช่วยชะลอการดูดซึมและลดไขมันได้ดี
 
9. พริก

แค่ได้ยินชื่อก็คงจะนึกถึงความเผ็ดร้อนของมันออกกันเลยใช่มั้ยค่ะ แต่พริกเป็นพืชที่อุดมไปด้วยสารแคปไซซินซึ่งจะเป็นตัวควบคุมไขมัน และเร่งการเผาผลาญไขมันได้ดี อีกทั้งยังมีสารเสริมพลังที่ทำให้กล้ามเนื้อมีแรง ทำให้กล้ามเนื้อมีแรงสปีดมากขึ้น

10. นม
เป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญและหาง่าย ร่างกายเราสามารถดูดซึมได้ดีแถมยังมีวิตามินดีและแคลเซี่ยม ซึ่งการดื่มนมควรจะเป็นนมชนิดที่พร่องมันเนยหรือรสจืดธรรมดา เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่อยากลดหรือควบคุมน้ำหนักมากค่ะ

11. น้ำ
เป็นของเหลวที่ร่างกายเราขาดไม่ได้เลย ซึ่งนอกจากน้ำจะมีประโยชน์ต่อการลำเลียงสารอาหารต่างๆ ผ่านไปตามร่างกายแล้ว น้ำยังมีส่วนช่วยในการเร่งการเผาผลาญในร่างกายเราด้วย ดังนั้น การที่จะมีกล้ามใหญ่ๆ ได้นอกจากการออกกำลังกาย และเลือกรับประทานทานอาหารแล้ว การดื่มน้ำสะอาดก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้คุณมีสุขภาพดี 

  
สำหรับสาระน่ารู้ในการรับประทานอาหารที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้กับคุณหนุ่มๆ นั้น ถ้าใครได้ลองเอาไปใช้รับรองว่าจะได้หุ่นที่ฟิตสมใจแน่ๆ แต่ต้องทำควบคู่ไปกับการออกกำลังกายด้วยนะค่ะ เพราะถ้าคิดจะกินอาหารอย่างเดียวโดยไม่ออกกำลังกาย จากที่จะมีซิกแพ็คอาจจะได้เป็นวันแพ็คมาแทนนะค่ะ

Cr:http://www.hisoparty.com/beauty/all-about-gentle-man/%E0%B8%AB%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B9%87%E0%B8%84%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3
 

วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

15 สูตรอาหารคลีน เพื่อสุขภาพ กินได้ไม่มีเบื่อ

http://cooking.kapook.com/view88487.html

15 สูตรอาหารคลีน เพื่อสุขภาพ กินได้ไม่มีเบื่อ


15 สูตรอาหารคลีน เพื่อสุขภาพ กินได้ไม่มีเบื่อ


 15 สูตรอาหารคลีน เพื่อสุขภาพ กินได้ไม่มีเบื่อ

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          กระแสการกินอาหารเพื่อสุขภาพนับวันก็จะยิ่งแรงขึ้นเรื่อย ๆ สื่อให้เห็นว่าคนไทยหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพกันมากยิ่งขึ้นนะคะ และดูเหมือนในตอนนี้ คำว่า อาหารคลีน จะเริ่มเป็นที่คุ้นหูมากยิ่งขึ้น ถ้าอย่างนั้น เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า อาหารคลีนคืออะไร และดีต่อสุขภาพอย่างไร

 มารู้จัก "อาหารคลีน" กันก่อน


         อาหารคลีน หรือ คลีนฟู้ด (Clean Food) หรือ Eating Clean คือ อาหาร และการเลือกกินอาหารที่ผ่านการปรุงแต่งน้อยที่สุด ผ่านการปนเปื้อนน้อยมากไปจนถึงขั้นไม่มีสารปนเปื้อนใด ๆ ติดมากับอาหารเลย เน้นความเป็นธรรมชาติให้ได้มากที่สุด ดัดแปลงน้อยที่สุด เพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์จากธรรมชาติ และสารอาหารอย่างครบถ้วน


 อาหารคลีนมีอะไรบ้าง ? 

         ถ้าจะให้ยกตัวอย่างอาหารคลีน ก็ได้แก่ ผัก ผลไม้สด ๆ ธัญพืช อาหารที่ไม่ผ่านการขัดสี จำพวกข้าว แป้ง น้ำตาล อาหารที่ไม่ปรุงรสจัด ทั้งรสหวานจากน้ำตาล หรือรสเค็มจากการเติมเกลือ และน้ำปลา รวมไปถึงเครื่องปรุงรสใด ๆ ที่ทำให้อาหารมีรสผิดไปจากธรรมชาติ นอกจากนี้อาหารประเภททอด ที่ทอดด้วยน้ำมันท่วม ๆ หรืออาหารผัดที่ใช้น้ำมันเยอะ ๆ ก็เป็นอาหารต้องห้ามสำหรับหมวดอาหารคลีนด้วยนะจ๊ะ

         สำหรับใครที่คุ้น ๆ สูตรอาหารพื่อสุขภาพ และการลดน้ำหนักอย่างสูตรอาหารคลีนมาบ้างแล้ว วันนี้กระปุกดอทคอมก็มีข้อมูลของอาหารคลีน พร้อมทั้งสูตรอาหารคลีนมาฝากกันถึง 15 สูตรเลยทีเดียว ถ้าพร้อมแล้วก็ไปแอบส่องสูตรไว้ทำกินเองที่บ้านได้เลยจ้า

 15 สูตรอาหารคลีน เพื่อสุขภาพ กินได้ไม่มีเบื่อ

ดูวิธีทำได้ที่ bon appetit 

1. แครกเกอร์หน้าแซลมอนรมควันและอะโวคาโด


          แครกเกอร์ธัญพืชอบกรอบ ทับด้วยอะโวคาโดสดหั่นชิ้นบาง ๆ ตบท้ายด้วยเนื้อแซลมอนรมควัน โรยออริกาโน่อีกสักนิดเพิ่มรสชาติ พร้อมเลมอนสไลด์เป็นเครื่องเคียงอีกสักอย่าง ก็ทำให้อาหารจานนี้มีหน้าตาดีใช้ได้เลยนะคะเนี่ย

สิ่งทีต้องเตรียม

        แครกเกอร์ธัญพืชแผ่นบาง 3-4 แผ่น

        อะโวคาโด สไลซ์บาง 1/3 ลูก

        แซลมอนรมควัน 30 กรัม (1 ออนซ์)

        เกลือป่น และพริกไทยป่น

        เลมอนเหลืองฝานบาง

วิธีทำ

        วางอะโวคาโด แซลันรมควันบนแครกเกอร์ โรยหน้าด้วยเกือป่นละพริกไทยป่น เสิร์ฟพร้อมเลมอนฝานบาง


 15 สูตรอาหารคลีน เพื่อสุขภาพ กินได้ไม่มีเบื่อ

ดูวิธีทำได้ที่ Bless This Mess
 
2. ไข่อบมันฝรั่งเนื้อนุ่มหอมกรุ่น

          อิ่มแบบคลีน ๆ ในมื้อเช้าด้วยเมนูไข่อบมันฝรั่งเนื้อหนานุ่ม ตีไข่ผสมนมสด ปรุงรสด้วยเกลือเบา ๆ กับพริกไทยเล็กน้อย แล้วหั่นมันฝรั่งเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าใส่ลงไป อบให้ขึ้นฟูได้ที่ก็พร้อมเสิร์ฟรับอรุณแล้วจ้า

สิ่งที่ต้องเตรียม

        มันฝรั่งหั่นเต๋า 1 1/2 ถ้วย (6 ออนซ์)

        ไข่ไก่ 8 ฟอง

        นมสด 1/3 ถ้วย

        เกลือป่น 1/2 ช้อนชา

        พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา

        เชดดาร์ชีส 1 ถ้วย

วิธีทำ

        เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 350 องศาฟาเรนไฮท์ เตรียมไว้ ทาเนยในถาดสำหรับเข้าเตาอบ เตรียมไว้

        ผสมมันฝรั่ง ไข่ไก่ นม เกลือป่น และพริกไทยป่น เข้าด้วยกัน เทส่วนผสมลงในพิมพ์ โรยด้วยเชดดาร์ชีส นำเข้าอบนานประมาณ 30-35 นาที นำออกจากเตา พักทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที จนเริ่มอุ่น ตัดเป็นชิ้น พร้อเสิร์ฟ


 15 สูตรอาหารคลีน เพื่อสุขภาพ กินได้ไม่มีเบื่อ

ดูวิธีทำได้ที่ Bless This Mess

3. วาฟเฟิลโฮลวีทกล้วยหอมจอมซน

         เนื้อวาฟเฟิลโฮลวีตนุ่ม ๆ ผสมความหอมและสัมผัสแน่น ๆ จากกล้วยหอมสดหั่นแว่น ราดน้ำผึ้ง และดื่มนมคู่กันไป อาหารจานนี้ก็ฟินได้ทั้งมื้อเช้า หรือจะทำไว้กินเป็นอาหารว่างก็ตามสบายเลยค่ะ

สิ่งที่ต้องเตรียม

        กล้วยหอม หั่นเป็นแว่นบาง 2 ลูก

        ซอสแอปเปิ้ล 1/2 ถ้วย

        ไข่ไก่ 2 ฟอง

        นมสด หรือนมเปรี้ยว 1 1/2 ถ้วย

        ข้าวโอ๊ต 1 ถ้วย

        แป้งโฮลวีต 1 ถ้วย

        ผงฟู 1 ช้อนชา

        เกลือป่น 1/2 ช้อนชา

        กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา

        ผงอบเชย 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

        เปิดเครื่องทำวาฟเฟิลเตรียมไว้

        ใช้ส้อมบดกล้วยหอมจนเป็นเนื้อเนียน เติมซอสแอปเปิ้ล และไข่ไก่ ตีผสมจนเข้ากัน ค่อย ๆ เติมนมสดลงไป ตีผสมให้เข้ากัน ตามด้วยแป้งโฮลวีต ผงฟู เกลือป่น กลิ่นวานิลลา และผงอบเชย ตีผสมจนเข้ากัน 

        ตักส่วนผสมใส่เครื่องทำวาฟเฟิล อบจนสุก เสริ์ฟพร้อมกล้วยหอมหั่นเป็นแว่นบาง น้ำเชื่อมกลิ่นเมเปิล หรือน้ำฟผึ้ง


 15 สูตรอาหารคลีน เพื่อสุขภาพ กินได้ไม่มีเบื่อ

 ดูวิธีทำได้ที่ bon appetit
4. สลัดเต้าหู้กับน้ำสลัดงา
         สำหรับคนที่ต้องการไดเอต และอยากจัดอาหารเบา ๆ แต่ให้สารอาหารครบถ้วน ลองสูตรอาหารคลีนจานนี้รับรองว่าไม่มีผิดหวังแน่นอนค่ะ เพราะมีทั้งผักหลากชนิด และโปรตีนจากเต้าหู้ พร้อมวิตามินสารพัดประโยชน์จากงาดำอีกต่างหาก เด็ดไปเลยเนอะ

สิ่งที่ต้องเตรียม

        ผักสลัดสีเขียวตามชอบ หั่นเป็นชิ้นเล็ก 4 ถ้วย

        หัวไชเท้า สไลซ์บาง 2 หัว

        แตงกวา สไลซ์บาง 1/4 ถ้วย

        แครอทขูดเป็นเส้น 1/4 ถ้วย

        เต้าหู้ขาวชนิดแข็ง หั่นเต๋า 60 กรัม (2 ออนซ์)

        น้ำสลัดงน้ำใส 2 ช้อนโต๊ะ

        ธัญพืชตามชอบ สำหรับโรยหน้า

วิธีทำ

        ใส่ผักสลัด หัวไชเท้า แตงกวา แครอท เต้าหู้ และน้ำสลัด ลงในอ่างผสม คนผสมให้เข้ากัน โรยด้วยธัญพืชตามชอบ พร้อมเสิร์ฟ


 15 สูตรอาหารคลีน เพื่อสุขภาพ กินได้ไม่มีเบื่อ
 
5. ไก่ย่างมะนาวอะโวคาโด

          เอาใจคุณแม่ที่กำลังควบคุมน้ำหนักด้วยเมนูไก่ย่างมะนาวอะโวคาโด สูตรเด็ดที่ให้สารอาหารที่ดีสำหรับคุณแม่ และคุณลูกในครรภ์ แต่ไม่เพิ่มน้ำตาลในเลือดจนเสี่ยงเป็นเบาหวาน อร่อยลืมกับอาหารจานนี้ได้เพลิน ๆ เลยจ้า

สิ่งที่ต้องเตรียม

        เนื้ออกไก่ 2 ชิ้น

        พริกไทยป่น และเกลือป่นปริมาณเล็กน้อยสำหรับหมักไก่

        อะโวคาโด (หั่นเป็นชิ้นยาว) 1 ลูก

        มะนาว 1 ลูก

        พริกไทยป่นสำหรับโรยหน้า

วิธีทำ

        หมักอกไก่กับเกลือป่น และพริกไทยป่นจนทั่ว พักไว้สักครู่

        นำเนื้ออกไก่ที่หมักไว้ไปย่าง หรืออบจนสุก นำออกจากเตา จัดใส่จาน

        เวลารับประทานให้วางไก่ย่างลงบนอะโวคาโด บีบมะนาว และโรยพริกไทยป่น


 15 สูตรอาหารคลีน เพื่อสุขภาพ กินได้ไม่มีเบื่อ

ดูวิธีทำได้ที่ bon appetit

6. สลัดอกไก่ย่างกับกะหล่ำปลีและส้มเขียวหวาน
         ไม่น่าเชื่อว่าเมื่อนำกะหล่ำปลีมาซอย ต้มพอสุก แล้วจับคู่กินกับส้มเขียวหวานราดด้วยน้ำสลัดงา และเติมอกไก่ย่างเพิ่มโปรตีนให้อาหารจานนี้ จะเปลี่ยนอาหารที่ไม่น่าจะเข้ากันได้ ให้มีรสชาติที่กลมกล่มกล่อมลงตัวจนคาดไม่ถึง !
 
สิ่งที่ต้องเตรียม

        อัลมอนด์สไลซ์ 2 ช้อนโต๊ะ

        เนื้ออกไก่ 120 กรัม (4 ออนซ์)

        กะหล่ำปลี หรือผักกาดขาวซอย 1/4 หัว (ประมาณ 2 ถ้วย)

        ส้มเขียวหวาน แกะเป็นชิ้น 1 ลูก

        หัวหอม สไลซ์บาง 1 ลูก

        น้ำสลัดงาน้ำใส 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

        เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 350 องศาฟาเรนไฮท์ นำอัลมอนด์สไลซ์เข้าอบประมาณ 4 นาที จนอัลมอนด์เป็นสีน้ำตาล พักทิ้งไว้จนเย็น

        ย่างอกไก่ในกระทะจนสุก หั่นเป็นชิ้น เตรียมไว้

        ใส่อกไก่ กะหล่ำปลี เนื้อส้ม น้ำส้มคั้นและหัวหอมลงในชามสลัด ใส่น้ำสลัด โรยด้วยอัลมอนด์อบ พร้อมเสิร์ฟ


  15 สูตรอาหารคลีน เพื่อสุขภาพ กินได้ไม่มีเบื่อ

ดูวิธีทำได้ที่ Life's Extra Ordinary
7. อกไก่อบเลมอน

         เปลี่ยนเมนูไก่อบที่เคยกินให้เฮลธ์ตี้ยิ่งขึ้น เพราะเมนูนี้จะใช้อกไก่เนื้อแน่น ๆ คลุกเคล้าเครื่องเทศให้ชุ่มฉ่ำ แล้วนำไปอบพร้อมเลมอนเปรี้ยว ๆ หอม ๆ เสร็จแล้วตักเสิร์ฟพร้อมผักสดไว้กินแกล้มสักหน่อย ฟินเว่อร์
 
สิ่งที่ต้องเตรียม

        น้ำมันพืชตามชอบ (ดอกทานตะวัน หรือน้ำมันมะกอก) 1/4 ถ้วย

        เนื้ออกไก่ 1 ชิ้น

        เกลือป่น 2 ช้อนชา

        โรสแมรี 1 ช้อนชา

        เลมอน 1/2 ลูก (สไลซ์เป็น 3 ชิ้นบาง)

วิธีทำ 

        เปิดเตาอบที่ 350 องศาฟาเรนไฮท์ เตรียมไว้

        ผสมน้ำมันพืช เกลือป่น และโรสแมรี ในอ่างผสมให้เข้ากัน แล้วใส่เนื้ออกไก่ลงไปเคล้าผสมให้เข้ากัน ตักใส่ลงในถาดสำหรับอบ วางเลมอนสไลซ์ 2 ชิ้น ลงบนอกไก่ทั้ง ส่วนเลมอนอีก 1 ชิ้นที่เหลือ ให้บีบน้ำเลมอนลงไปบนเนื้อไก่ 

        นำเข้าอบประมาณ 15 นาที นำออกจากเตา นำเลมอนออกจากเนื้อไก่ไปวางด้านข้างถาด จากนั้นกลับด้านอกไก่ นำเข้าเตาอบต่ออีกประมาณ 15 นาที จนเนื้อไก่สุก นำออกจากเตา นำเลมอนกลับมาวางด้านบนเนื้อไก่ พร้อมเสิร์ฟ


15 สูตรอาหารคลีน เพื่อสุขภาพ กินได้ไม่มีเบื่อ

ดูวิธีทำได้ที่ bon appetit
 
8. สลัดข้าวหอมสีนิล

         ข้าวหอมสีนิลขึ้นชื่อในเรื่องของคุณประโยชน์มหาศาลอยู่แล้ว แต่เราจะเพิ่มสารอาหารพร้อมความอร่อยให้เมนูนี้ยิ่งขึ้น ด้วยการนำอกไก่ย่าง กะหล่ำปลีย่าง และมะม่วงสุกมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นเติมน้ำสลัดงาปรุงรสลงไป เติมความกลมกล่อมอย่างลงตัว

สิ่งที่ต้องเตรียม

         เนื้ออกไก่ต้มปรุงรส ฉีกเป็นเส้น ๆ 1 ชิ้น

         กะหล่ำปลีซอย 1 ถ้วย

         เนื้อมะม่วงสุก หั่นเต๋า 1/2 ลูก

         ข้าวสีนิลหุงสุก 1/2 ถ้วย

         น้ำสลัดงาน้ำใส 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

         ผสมเนื้อไก่ กะหล่ำปลี เนื้อมะม่วงสุก ข้าวสีนิล และน้ำสลัด คนผสมให้เข้ากัน พร้อมเสิร์ฟ


 15 สูตรอาหารคลีน เพื่อสุขภาพ กินได้ไม่มีเบื่อ

ดูวิธีทำได้ที่ bon appetit

9. สลัดผักวอเตอร์เครสกับถั่วซิกพี

         ผักวอเตอร์เครสดอังไฟอุ่น ๆ พอให้ได้กลิ่นหอม ผสมกับถั่วซิกพีย่างสุกคลุกเคล้าให้เข้ากัน ซึ่งเมนูนี้คุณจะเติมผักสดอะไรลงไปอีกก็ได้นะคะ จากนั้นก็ปรุงรสสลัดน้ำใสให้ได้รสชาติที่ถูกปาก

สิ่งที่ต้องเตรียม

         ผักเวอร์เตอร์เครส หั่นเป็นชิ้น 3 ถ้วย

         แครอทหั่นเป็นชิ้นหนา 1/4 นิ้ว จำนวน 1 ถ้วย

         เกลือป่น

         ถั่วซิกพีกระป๋อง (เทน้ำออก) 1/2 ถ้วย

         น้ำสลัด 2 ช้อนชา

         เกลือป่น และพริกไทยดำป่น

วิธีทำ 

         ใส่น้ำลงในหม้อ เติมเกลือป่น ใส่แครอทลงต้มประมาณ 4 นาที ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ พักทิ้งไว้จนเย็น

         ใส่ผักเวอร์เตอร์เครส แครอทต้ม ถั่วซิกพี และน้ำสลัดลงในอ่างผสม คนผสมให้เข้ากัน พร้อเสิร์ฟ



 15 สูตรอาหารคลีน เพื่อสุขภาพ กินได้ไม่มีเบื่อ

ดูวิธีทำได้ที่ bon appetits 

10. สลัดผักกับสันนอกหมูย่าง

          สารพัดผักใบเขียวฉ่ำน้ำสลัดงาหอม ๆ กินคู่กับถั่วคั่ว และเนื้อหมูสันนอกย่างนุ่ม ๆ เป็นความอร่อยในรสชาติที่ไม่ซ้ำใคร แต่ให้คุณค่าทางสารอาหารที่เต็มเปี่ยม และในขณะเดียวกันก็ให้แคลอรี่และโทษน้อยมากถึงมากที่สุด

สิ่งที่ต้องเตรียม

         เนื้อหมูอบ หรือย่าง 100 กรัม

         น้ำมันมะกอก

         เห็ดแชมปิญอง ผ่าครึ่ง 1/4 ถ้วย

         เกลือป่น และพริกไทยป่น

         ผัดสลัด (Arugula) 3-4 ถ้วย

         น้ำสลัดน้ำใสตามชอบ 2 ช้อนโต๊ะ

         เมล็ดฟักทอง 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

         ใส่น้ำมันมะกอกลงในกระทะ ใส่เห็ดแชมปิญองลงผัด เติมเกลือป่น และพริกไทยป่น ผัดจนเห็ดสุก และเปลี่ยนสี

         ใส่เนื้อหมูย่าง เห็ด ผักสลัด และน้ำสลัดลงในชามสลัด โรยด้วยเมล็ดฟักทอง พร้อมเสิร์ฟ



 15 สูตรอาหารคลีน เพื่อสุขภาพ กินได้ไม่มีเบื่อ

 ดูวิธีทำได้ที่ Cafe Johnsonia
 
11. สลัดคริสมาสต์

          ขอเรียกชื่อเมนูแบบนี้เพราะเป็นการรวมตัวของผักสีเขียว ทั้งแตงกวา และผักขม แซมด้วยความหวานอมเปรี้ยวของผลไม้ตระกูลเบอร์รีสีแดงสดอย่างสตรอวเบอร์รี ราดด้วยน้ำสลัดแบบใส รสชาติอร่อยเลิศอย่าบอกใครเชียว

สิ่งที่ต้องเตรียม

         สตรอว์เบอร์รี สไลซ์ 240 กรัม

         แตงกวา ปอกเปลือก ผ่าครึ่ง สไลซ์บาง 1 ลูก

         ผักโขม 150 กรัม

         ต้นหอมซอย 2-3 ต้น

         อัลมอนด์สับหยาบ 1/2 ถ้วย

         โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 2 ช้อนโต๊ะ

         น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ

         น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ

         ใบโหระพาสับหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ

         น้ำผึ้ง 1-2 ช้อนชา

         เกลือป่น และพริกไทยป่น เล็กน้อย

วิธีทำ

         ใส่สตรอว์เบอร์รี แตงกวา ผักโขม ต้นหอมซอย และอัลมอนด์สับหยาบลงในอ่างผสม เตรียมไว้

         ตีผสมโยเกิร์ต น้ำมะนาว และน้ำมันมะกอก เข้าด้วยกัน เติมน้ำผึ้ง เกลือป่น พริกไทยป่น และใบโหระพา คนผสมให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ นำเข้าแช่เย็นจนถึงเวลาเสิร์ฟ

         ตักส่วนผสมน้ำสลัดราดลงบนผักสลัดที่เตรียมไว้ คลุกเคล้าให้เข้ากัน พร้อมเสิร์ฟ



 15 สูตรอาหารคลีน เพื่อสุขภาพ กินได้ไม่มีเบื่อ

 ดูวิธีทำได้ที่ Kalyn's Kitchen
 
12. กะหล่ำปลีย่างเลมอน
         อย่าเพิ่งดูถูกว่าเป็นแค่กะหล่ำปลีย่างนะจ๊ะ เพราะขอบอกตรงนี้เลยว่า ใครยังไม่เคยชิมกะหล่ำปลีย่างเลมอนจานนี้ล่ะก็ คงไม่รู้ฤทธิ์เดชความอร่อยของเขาซะแล้ว ถ้าอย่างนั้นคงต้องมาพิสูจน์กันเอาเอง แต่ว่าถ้าติดใจจนหยุดปากไม่ได้ ก็อย่าหาว่าไม่เตือนล่ะ

สิ่งที่ต้องเตรียม

         กะหล่ำปลีขนาดกลาง 1 หัว (หั่นเป็น 8 ชิ้น)

         น้ำมันมะกอก 2 ช้อนชา

         น้ำมะนาว 2 ช้อนชา

         เกลือป่น และพริกไทยดำป่น

         เลมอนสไลซ์

วิธีทำ

         เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 450 องศาฟาเรนไฮท์ จากนั้นพ่นถาดรองอบด้วยสเปรย์กันติด เตรียมไว้

         ตีผสมน้ำมันมะกอก และน้ำมะนาวเข้าด้วยกันจนเป็นเนื้อเดียว ใช้แปรงทาส่วนผสมน้ำมะนาวลงบนกะหล่ำปลีให้ทั่วทุกด้าน โรยเกลือป่น และพริกไทยป่น

         นำเข้าเตาอบนานประมาณ 15 นาที จนด้านที่ติดถาดอบเป็นสีน้ำตาล นำออกมากลับด้านแล้วนำเข้าอบต่ออีกประมาณ 10-15 นาที ตักใส่จาน เสิร์ฟพร้อมเลมอนฝาน


 15 สูตรอาหารคลีน เพื่อสุขภาพ กินได้ไม่มีเบื่อ

ดูวิธีทำได้ที่ bon appetit

13. โยเกิร์ตหน้ามะม่วง

         ฉีกแนวมาดูสูตรของหวานกันหน่อย กับเมนูโยเกิร์ตเนื้อละเอียด อัดแน่นไปด้วยจุลินทรีย์มีประโยชน์ รวมทั้งวิตามินอื่น ๆ อีกมากมาย แถมยังมีเนื้อมะม่วงสุกหวานฉ่ำ เติมความเฟรชอีกด้วยนะคะ ช่างเป็นเมนูที่เหมาะกับหน้าร้อนแบบนี้ซะจริง ๆ

สิ่งที่ต้องเตรียม

         โยเกิร์ตรสธรรมชาติ ชนิดไขมันต่ำ 1/2 ถ้วย

         เนื้อมะม่วงสุก หั่นเต๋า 1/2 ถ้วย

         ธัญพืชตามชอบ 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ 

         ใส่โยเกิร์ตลงในถ้วย โรยด้วยเนื้อมะม่วงสุก และธัญพืชตามชอบ พร้อมเสิร์ฟ


  15 สูตรอาหารคลีน เพื่อสุขภาพ กินได้ไม่มีเบื่อ

ดูวิธีทำได้ที่ bon appetit

14. น้ำอะโวคาโดปั่น

         ถัดจากเมนูของหวานก็มาดูสูตรน้ำผลไม้ปั่นเพื่อสุขภาพแก้วนี้กันดีกว่า เพียงแค่ใช้เนื้ออะโวคาโดสดมาปั่นละเอียด เติมน้ำสะอาด และน้ำมะนาวเพิ่มรสชาติอีกสักนิด ก็จะได้เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพมาคลายร้อน อีกทั้งสูตรนี้ยังเหมาะกับคนที่ต้องการลดไขมันในเลือด ลดความดันโลหิต ลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง รวมทั้งโรคหัวใจ และสำหรับใครที่อยากหน้าเด็กก็ต้องรีบดื่มกันด่วน ๆ เลย
 
สิ่งที่ต้องเตรียม

         เนื้ออะโวคาโด 1/2 ลูก

         น้ำมะพร้าว แช่เย็นจัด 1 ถ้วย

         น้ำเชื่อม (Agave Syrup) 1 ช้อนชา

         น้ำมะนาว 1 ช้อนชา

วิธีทำ

         ปั่นผสมเนื้ออะโวคาโด น้ำมะพร้าว น้ำเชื่อม และน้ำมะนาว ในเครื่องปั่นจนเนื้อเนียนละเอียด เทใส่แก้ว พร้อมดื่ม 


 15 สูตรอาหารคลีน เพื่อสุขภาพ กินได้ไม่มีเบื่อ

ดูวิธีทำได้ที่ bon appetit
 
15. กล้วยปั่นผสมอัลมอนด์

         จะจัดสูตรเครื่องดื่มคลีนทั้งทีเป็นแค่น้ำกล้วยปั่นก็คงจะเชยเกินไป งั้นลองผสมอัลมอนด์คั่วลงไปปั่นด้วยสัก 2-3 เม็ดก็พอ รับรองอร่อยเลิศเกินธรรมดาแน่ ๆ จ้า

สิ่งที่ต้องเตรียม

         กล้วยหอมแช่แข็ง หั่นเป็นชิ้น 1 ลูก

         นมอัลมอนด์ 1 ถ้วย

         เนยถั่วอัลมอนด์ 1 ช้อนโต๊ะ

         น้ำหอมกลิ่นอัลมอนด์ 1/8 ช้อนชา

วิธีทำ 

         ปั่นผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันจนเนื้อเนียนละเอียด เทใส่แก้ว พร้อมดื่ม

         เมนูอาหารคลีนสูตรไหนถูกใจคุณ ๆ กันบ้างเอ่ย หรือถ้าใครอยากเปลี่ยนสูตร และดัดแปลงวัตถุดิบเท่าที่ตัวเองสะดวกก็ได้นะคะ แต่มีข้อแม้ว่าอย่าลืมบอกต่อสูตรเด็ดเคล็ดอร่อยของคุณกันด้วยล่ะ ^^